2 เมนู Exploration
ผู้อ่านสามารถโหลดข้อมูลได้จาก Google Drive นี้
เมนู Exploration ใช้สำหรับการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น เช่น การคำนวณสถิติเชิงพรรณนา การสร้างตารางแจกแจงความถี่ และการสร้างกราฟเพื่อช่วยให้เข้าใจลักษณะของข้อมูล เช่น Histogram, Density Plot, Box Plot, Violin Plot, Bar Plot และ Q-Q Plot โดยผู้ใช้สามารถเลือกทั้งค่าสถิติและกราฟที่ต้องการให้โปรแกรมแสดงได้ตามความเหมาะสม
2.1 ตารางแจกแจงความถี่
ตัวอย่างเช่น หากต้องการนับจำนวนนักศึกษาในแต่ละคณะ และแยกตามเพศ สามารถสร้างตารางแจกแจงความถี่ได้ดังภาพ
ให้ลากตัวแปรที่ต้องการวิเคราะห์ไปยังช่อง Variables และลากตัวแปรที่ต้องการใช้แบ่งกลุ่มไปยังช่อง Split by จากนั้นเลือก Frequency tables โปรแกรมจะแสดงตารางแจกแจงความถี่ทางด้านขวา ตารางที่ได้สามารถคัดลอกไปวางใน Microsoft Word หรือ LibreOffice Writer และสามารถแก้ไขข้อความภายหลังได้
- ช่อง Variables ใช้สำหรับใส่ตัวแปรหลักที่ต้องการวิเคราะห์ โดยสามารถใส่ได้มากกว่าหนึ่งตัวแปร
- ช่อง Split by ใช้สำหรับแบ่งผลลัพธ์ตามกลุ่ม โดยเหมาะกับตัวแปรประเภท Nominal หรือ Ordinal
สำหรับตัวแปรเชิงกลุ่ม สามารถสร้างกราฟแท่ง (Bar Plot) เพื่อแสดงความถี่ของแต่ละกลุ่มได้
โดยเลือกจากเมนู Plots
2.2 สถิติเชิงพรรณนา
ในกรณีที่ใส่ตัวแปรเชิงปริมาณในช่อง Variables โปรแกรมสามารถคำนวณค่าสถิติต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ย (Mean) มัธยฐาน (Median) ความแปรปรวน (Variance) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าต่ำสุด (Minimum) ค่าสูงสุด (Maximum) และสถิติอื่น ๆ ได้
ตัวอย่างเช่น หากต้องการคำนวณสถิติเชิงพรรณนาของตัวแปร score แยกตาม gender สามารถทำได้ดังนี้
ผลลัพธ์ที่ได้คือ
| gender | score | |
|---|---|---|
| N | female | 606 |
| male | 394 | |
| Missing | female | 0 |
| male | 0 | |
| Mean | female | 65.9 |
| male | 64.9 | |
| Median | female | 66.5 |
| male | 65.0 | |
| Variance | female | 209 |
| male | 210 | |
| Minimum | female | 40.5 |
| male | 40.5 | |
| Maximum | female | 90.0 |
| male | 90.0 |
จากตารางพบว่า นักศึกษาหญิงมีคะแนนเฉลี่ย 65.9 คะแนน ขณะที่นักศึกษาชายมีคะแนนเฉลี่ย 64.9 คะแนน และทั้งสองกลุ่มมีความแปรปรวนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าคะแนนของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หากต้องการตอบคำถามดังกล่าวจำเป็นต้องใช้การทดสอบสมมติฐานที่เหมาะสมในบทต่อไป
และกราฟที่ได้
หมายเหตุ: การกำหนดจำนวนตำแหน่งทศนิยม รวมถึงชุดสีของกราฟ สามารถปรับได้จากเมนู Analyses และกดสัญลักษณ์ \(\vdots\)
2.3 ตัววัดสถิติที่ควรทราบ
2.3.1 ขนาดตัวอย่าง (Sample Size)
- N คือ จำนวนข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ของตัวแปรที่พิจารณา
- Missing คือ จำนวนข้อมูลที่สูญหายหรือไม่มีค่าของตัวแปรที่พิจารณา
2.3.2 แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง (Central Tendency)
แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเป็นค่าที่ใช้สรุปตำแหน่งกึ่งกลางหรือค่าที่เป็นตัวแทนของชุดข้อมูล โดยค่าที่ใช้บ่อย ได้แก่
- ค่าเฉลี่ย (Mean) คำนวณจากผลรวมของข้อมูลทั้งหมดหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด
- ค่ามัธยฐาน (Median) คือค่าที่อยู่กึ่งกลางของข้อมูลเมื่อเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก
- ค่าฐานนิยม (Mode) คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดหรือมีความถี่สูงสุดในชุดข้อมูล
การใช้ค่ากลางช่วยให้สามารถสรุปลักษณะโดยรวมของข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลทุกค่าทีละค่า
2.3.3 การกระจาย (Dispersion)
การกระจายหมายถึงระดับความแตกต่างของค่าข้อมูลภายในชุดข้อมูล หรือระดับที่ข้อมูลกระจายออกจากค่ากลาง ตัววัดที่ใช้บ่อย ได้แก่
- ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้วัดระดับการกระจายของข้อมูลรอบค่าเฉลี่ย ค่ายิ่งสูงแสดงว่าข้อมูลยิ่งกระจายออกจากค่าเฉลี่ยมาก
- ความแปรปรวน (Variance) เป็นค่าที่ได้จากส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานยกกำลังสอง ใช้แสดงระดับการกระจายของข้อมูล
- พิสัย (Range) คือผลต่างระหว่างค่าสูงสุดและค่าต่ำสุดของข้อมูล
การพิจารณาค่าการกระจายควรทำควบคู่กับค่ากลาง เพราะชุดข้อมูลสองชุดอาจมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน แต่มีระดับการกระจายแตกต่างกันมาก
2.3.4 รูปร่างของการแจกแจง (Distribution Shape)
การแจกแจง (Distribution) อธิบายลักษณะการกระจายของข้อมูลภายในชุดข้อมูล เช่น ข้อมูลมีความสมมาตรหรือไม่ มีหางยาวไปทางด้านใด หรือมีค่าที่อยู่ห่างจากข้อมูลส่วนใหญ่มากเพียงใด ตัววัดที่ใช้ช่วยอธิบายรูปร่างของการแจกแจง ได้แก่ Skewness และ Kurtosis
ความเบ้ (Skewness)
Skewness ใช้วัดระดับความไม่สมมาตรของการแจกแจงข้อมูล โดยทั่วไปสามารถตีความได้ดังนี้
- Positive Skewness (Right-skewed): การแจกแจงมีหางยาวไปทางด้านขวา มักเกิดจากการมีค่าที่สูงกว่าข้อมูลส่วนใหญ่มากบางค่า
- Negative Skewness (Left-skewed): การแจกแจงมีหางยาวไปทางด้านซ้าย มักเกิดจากการมีค่าที่ต่ำกว่าข้อมูลส่วนใหญ่มากบางค่า
- Skewness ใกล้ 0: การแจกแจงมีลักษณะค่อนข้างสมมาตร
ค่าสัมบูรณ์ของ Skewness ที่มากขึ้นโดยทั่วไปสะท้อนว่าการแจกแจงมีความเบ้มากขึ้น แต่การตัดสินว่าค่าดังกล่าวมากหรือน้อยควรพิจารณาร่วมกับขนาดตัวอย่างและกราฟของข้อมูล
ความโด่ง (Kurtosis)
Kurtosis ใช้อธิบายลักษณะของหางการแจกแจงและแนวโน้มที่จะพบค่าที่อยู่ห่างจากข้อมูลส่วนใหญ่มากหรือค่าที่สุดโต่ง (Extreme Values) เมื่อเปรียบเทียบกับการแจกแจงปกติ
ในหลายโปรแกรมทางสถิติ รวมถึงการรายงานแบบ Excess Kurtosis การแจกแจงปกติจะมีค่าใกล้ 0 โดยสามารถตีความโดยทั่วไปได้ว่า
- Positive Kurtosis: การแจกแจงมีหางหนักกว่าการแจกแจงปกติ และมีแนวโน้มพบค่าที่สุดโต่งมากขึ้น
- Negative Kurtosis: การแจกแจงมีหางเบากว่าการแจกแจงปกติ และมีแนวโน้มพบค่าที่สุดโต่งน้อยลง
- Kurtosis ใกล้ 0: รูปร่างของการแจกแจงใกล้เคียงกับการแจกแจงปกติในแง่ของน้ำหนักบริเวณหาง
จึงไม่ควรตีความ Kurtosis จากความสูงหรือความแหลมของยอดกราฟเพียงอย่างเดียว
2.4 การตรวจสอบการแจกแจงปกติ (Normality)
การแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เป็นการแจกแจงที่มีรูปร่างสมมาตรรอบค่าเฉลี่ยและมีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ (Bell-shaped Curve) ในทางทฤษฎี ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยมจะมีค่าเท่ากัน
การตรวจสอบ Normality ไม่ควรพิจารณาจากวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูร่วมกันทั้งกราฟและสถิติ เช่น
- Histogram
- Q-Q Plot
- Skewness และ Kurtosis
- Shapiro-Wilk Test
2.4.1 Shapiro-Wilk Test
Shapiro-Wilk Test เป็นการทดสอบสมมติฐานสำหรับตรวจสอบว่าข้อมูลสอดคล้องกับการแจกแจงปกติหรือไม่ โดยกำหนดสมมติฐานเป็น
\[ H_0: \text{ข้อมูลมาจากการแจกแจงปกติ} \]
\[ H_1: \text{ข้อมูลไม่ได้มาจากการแจกแจงปกติ} \]
การตีความค่า \(p\)-value โดยทั่วไปคือ
- ถ้า \(p \geq 0.05\) ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะปฏิเสธสมมติฐานว่าข้อมูลมีการแจกแจงปกติ
- ถ้า \(p < 0.05\) มีหลักฐานทางสถิติให้ปฏิเสธสมมติฐานว่าข้อมูลมีการแจกแจงปกติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อขนาดตัวอย่างมีจำนวนมาก การทดสอบ Shapiro-Wilk อาจไวต่อความเบี่ยงเบนจากการแจกแจงปกติเพียงเล็กน้อย ดังนั้นไม่ควรใช้ผลจาก \(p\)-value เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับ Histogram, Q-Q Plot, Skewness, Kurtosis และบริบทของการวิเคราะห์ด้วย
- ถ้าค่า Mean และ Median ใกล้เคียงกันมาก จะบอกอะไรเกี่ยวกับรูปร่างของข้อมูลได้บ้าง?
- ถ้า Skewness มีค่าบวกมาก การแจกแจงมีหางยาวไปทางด้านใด?
- ถ้า Shapiro-Wilk Test ให้ค่า \(p < 0.05\) ควรสรุปอย่างไร และควรตรวจสอบกราฟใดร่วมด้วย?
ควรตรวจสอบอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่
- จำนวนข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์และจำนวน Missing
- ค่ากลางของข้อมูล เช่น Mean หรือ Median
- ระดับการกระจาย เช่น Standard Deviation หรือ Range
- รูปร่างของการแจกแจง เช่น Histogram, Q-Q Plot, Skewness และ Kurtosis









