Skip to main content

3  เมนู T-Test

Modified

5 ตุลาคม 2569

ผู้อ่านสามารถโหลดข้อมูลได้จาก Google Drive นี้

เมนู T-Tests ใน jamovi ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับค่าเฉลี่ย โดยในบทนี้จะกล่าวถึง 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

เมนู T-Test

เมนู T-Test
  1. Independent Samples T-Test
  2. Paired Samples T-Test
  3. One Sample T-Test

ก่อนเลือกใช้ t-test ควรพิจารณาว่าข้อมูลเป็นกลุ่มอิสระต่อกัน เป็นข้อมูลแบบจับคู่ หรือเป็นข้อมูลกลุ่มเดียวที่ต้องการเปรียบเทียบกับค่าที่กำหนดไว้

3.1 Independent Samples T-Test

Independent Samples T-Test ใช้สำหรับเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ สองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างนักศึกษาชายและนักศึกษาหญิง หรือเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่เป็นคนละกลุ่มกัน

3.1.1 การกำหนดสมมติฐาน

สำหรับการทดสอบแบบสองทาง (two-sided test) สามารถกำหนดสมมติฐานได้ดังนี้

\[ H_0:\mu_1=\mu_2 \]

\[ H_1:\mu_1\neq\mu_2 \]

โดยที่ \(\mu_1\) และ \(\mu_2\) คือค่าเฉลี่ยประชากรของกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ตามลำดับ

หากกำหนดระดับนัยสำคัญ \(\alpha=0.05\)

  • ถ้า \(p<0.05\) จะ ปฏิเสธ \(H_0\) และสรุปว่ามีหลักฐานทางสถิติว่าค่าเฉลี่ยของสองกลุ่มแตกต่างกัน
  • ถ้า \(p\geq0.05\) จะ ไม่ปฏิเสธ \(H_0\) ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าค่าเฉลี่ยของสองกลุ่มแตกต่างกัน
Noteไม่ควรใช้คำว่า “ยอมรับ \(H_0\)”

เมื่อ \(p\geq\alpha\) ควรใช้คำว่า “ไม่ปฏิเสธสมมติฐานหลัก” มากกว่า “ยอมรับสมมติฐานหลัก” เพราะผลการทดสอบไม่ได้พิสูจน์ว่า \(H_0\) เป็นจริง เพียงแต่หลักฐานจากตัวอย่างยังไม่เพียงพอที่จะปฏิเสธ \(H_0\)

3.1.2 Student’s t-test และ Welch’s t-test

การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของสองกลุ่มอิสระมีรูปแบบที่ใช้บ่อย 2 แบบ

Student’s t-test ใช้ภายใต้สมมติฐานว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มเท่ากัน โดยใช้ความแปรปรวนรวม (pooled variance)

\[ t= \frac{\bar X_1-\bar X_2} {s_p\sqrt{\frac{1}{n_1}+\frac{1}{n_2}}} \]

เมื่อ

\[ s_p^2= \frac{(n_1-1)s_1^2+(n_2-1)s_2^2} {n_1+n_2-2} \]

และ

\[ df=n_1+n_2-2 \]

Welch’s t-test ไม่ต้องสมมติว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มเท่ากัน โดยใช้

\[ t= \frac{\bar X_1-\bar X_2} {\sqrt{\frac{s_1^2}{n_1}+\frac{s_2^2}{n_2}}} \]

องศาเสรีของ Welch’s t-test คำนวณด้วยสูตร Welch–Satterthwaite ซึ่งโดยทั่วไปโปรแกรม jamovi จะคำนวณให้โดยอัตโนมัติ

Tip

หากไม่มั่นใจว่าความแปรปรวนของทั้งสองกลุ่มเท่ากันหรือไม่ ควรตรวจสอบผลการทดสอบความเท่ากันของความแปรปรวน และพิจารณาใช้ Welch’s t-test เมื่อสมมติฐานความแปรปรวนเท่ากันไม่เหมาะสม

3.1.3 ตัวอย่าง Independent Samples T-Test

พิจารณาข้อมูล 2 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 (Group 1):

\[ 10,\ 12,\ 14,\ 15,\ 11,\ 13,\ 16,\ 18,\ 19,\ 17 \]

กลุ่มที่ 2 (Group 2):

\[ 8,\ 9,\ 11,\ 10,\ 12,\ 10,\ 13,\ 14,\ 15,\ 12 \]

ข้อมูลสำหรับนำเข้าสู่ jamovi ควรจัดให้อยู่ในรูปแบบ long format คือ มีหนึ่งคอลัมน์สำหรับระบุกลุ่ม และอีกหนึ่งคอลัมน์สำหรับค่าที่ต้องการวิเคราะห์

group value
Group 1 10
Group 1 12
Group 1 14
Group 1 15
Group 1 11
Group 1 13
Group 1 16
Group 1 18
Group 1 19
Group 1 17
Group 2 8
Group 2 9
Group 2 11
Group 2 10
Group 2 12
Group 2 10
Group 2 13
Group 2 14
Group 2 15
Group 2 12

เมื่อนำข้อมูลเข้าสู่ jamovi และกำหนดชนิดของตัวแปรให้ถูกต้องจะได้

ตารางข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อนำใส่ใน jamovi

ตารางข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อนำใส่ใน jamovi

จากนั้นเลือกเมนู Analyses → T-Tests → Independent Samples T-Test

การทดสอบ Independent Sample T-Test

การทดสอบ Independent Sample T-Test

ผู้ใช้สามารถเลือกแสดงผลเพิ่มเติมได้ เช่น

  • Descriptives
  • Mean difference
  • Confidence interval
  • Effect size
  • Normality test
  • Equality of variances test
  • Descriptive plots

ผลการทดสอบสมมติฐาน

ผลการทดสอบสมมติฐาน

จากผลการทดสอบ หากค่า \(p<0.05\) จะปฏิเสธ \(H_0\) และสรุปว่าค่าเฉลี่ยของ Group 1 และ Group 2 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

อย่างไรก็ตาม การรายงานผลควรพิจารณาค่า mean difference, confidence interval และ effect size ร่วมด้วย ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า p-value เท่านั้น

กราฟความแตกต่างของค่าเฉลี่ยและช่วงความเชื่อมั่น

กราฟความแตกต่างของค่าเฉลี่ยและช่วงความเชื่อมั่น
Noteตัวอย่างการเขียนผล

“ค่าเฉลี่ยของ Group 1 แตกต่างจาก Group 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05”
จากนั้นควรรายงานค่า \(t\), \(df\), \(p\), ช่วงความเชื่อมั่น และ effect size ตามผลลัพธ์ที่ jamovi แสดง

3.2 Paired Samples T-Test

Paired Samples T-Test ใช้สำหรับเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของข้อมูล สองชุดที่สัมพันธ์กัน เช่น

  • การวัดคนกลุ่มเดิมก่อนและหลังการทดลอง
  • คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักศึกษาคนเดิม
  • ข้อมูลจากคู่ที่จับคู่กันไว้ล่วงหน้า

แนวคิดสำคัญของ Paired Samples T-Test คือการนำค่าของแต่ละคู่มาหา ผลต่าง แล้วทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของผลต่างแตกต่างจาก 0 หรือไม่

3.2.1 การกำหนดสมมติฐาน

ให้

\[ D_i=X_{1i}-X_{2i} \]

สมมติฐานสำหรับการทดสอบแบบสองทางคือ

\[ H_0:\mu_D=0 \]

\[ H_1:\mu_D\neq0 \]

โดยที่ \(\mu_D\) คือค่าเฉลี่ยของผลต่างระหว่างข้อมูลที่จับคู่กัน

ค่าสถิติทดสอบคือ

\[ t= \frac{\bar D} {s_D/\sqrt{n}} \]

โดยที่

  • \(\bar D\) คือค่าเฉลี่ยของผลต่าง
  • \(s_D\) คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลต่าง
  • \(n\) คือจำนวนคู่ข้อมูล

และ

\[ df=n-1 \]

Important

สมมติฐานเรื่องการแจกแจงปกติของ Paired Samples T-Test พิจารณาที่ ค่าผลต่างระหว่างคู่ ไม่ใช่พิจารณาการแจกแจงของตัวแปรก่อนและหลังแยกจากกัน

3.2.2 ตัวอย่าง Paired Samples T-Test

ข้อมูลก่อนและหลังการทดลองมีดังนี้

ก่อนการทดลอง:

\[ 15,\ 18,\ 20,\ 22,\ 25,\ 17,\ 19,\ 21,\ 23,\ 16 \]

หลังการทดลอง:

\[ 13,\ 16,\ 18,\ 20,\ 21,\ 19,\ 22,\ 24,\ 26,\ 17 \]

กำหนดสมมติฐาน

\[ H_0:\mu_D=0 \]

\[ H_1:\mu_D\neq0 \]

สำหรับข้อมูลแบบจับคู่ ควรจัดข้อมูลของตัวแปรก่อนและหลังไว้คนละคอลัมน์ โดยแต่ละแถวต้องเป็นข้อมูลจากหน่วยตัวอย่างเดียวกัน

x1 x2
15 13
18 16
20 18
22 20
25 21
17 19
19 22
21 24
23 26
16 17

นำข้อมูลเข้าสู่ jamovi

ตารางข้อมูลเพื่อการทดสอบสมมติฐาน

ตารางข้อมูลเพื่อการทดสอบสมมติฐาน

เลือกเมนู Analyses → T-Tests → Paired Samples T-Test

การทดสอบ Paired Sample T-Test

การทดสอบ Paired Sample T-Test

ผลการทดสอบที่ได้

ผลการทดสอบ

ผลการทดสอบ

หากผลการทดสอบให้ค่า \(p\geq0.05\) จะ ไม่ปฏิเสธ \(H_0\) กล่าวคือ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าค่าเฉลี่ยก่อนและหลังแตกต่างกัน

หากตาราง Normality Test (Shapiro–Wilk) ของค่าผลต่างให้ค่า \(p<0.05\) แสดงว่ามีหลักฐานว่าการแจกแจงของค่าผลต่างเบี่ยงเบนจากการแจกแจงปกติ จึงควรพิจารณาร่วมกับ Q–Q plot และลักษณะของข้อมูล

สำหรับกรณีที่สมมติฐานการแจกแจงปกติของผลต่างไม่เหมาะสม อาจพิจารณาใช้ Wilcoxon signed-rank test เป็นทางเลือกแบบไม่อาศัยพารามิเตอร์

กราฟ Q-Q plot ของผลต่างระหว่าง x_1 และ x_2

กราฟ Q-Q plot ของผลต่างระหว่าง \(x_1\) และ \(x_2\)
Tip

ควรพิจารณา effect size และ confidence interval ของ mean difference ร่วมกับ p-value เพื่อให้เห็นทั้งนัยสำคัญทางสถิติและขนาดของความแตกต่าง

3.3 One Sample T-Test

One Sample T-Test ใช้สำหรับตรวจสอบว่าค่าเฉลี่ยของประชากรจากข้อมูลหนึ่งกลุ่มแตกต่างจาก ค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (test value หรือ hypothesized mean) หรือไม่

ตัวอย่างเช่น

  • ทดสอบว่าคะแนนเฉลี่ยแตกต่างจาก 50 หรือไม่
  • ทดสอบว่าน้ำหนักเฉลี่ยแตกต่างจากค่ามาตรฐานที่กำหนดหรือไม่
  • ทดสอบว่าเวลาเฉลี่ยในการให้บริการแตกต่างจากเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่

3.3.1 การกำหนดสมมติฐาน

สำหรับการทดสอบแบบสองทาง

\[ H_0:\mu=\mu_0 \]

\[ H_1:\mu\neq\mu_0 \]

โดยที่ \(\mu_0\) คือค่าที่กำหนดไว้สำหรับใช้เปรียบเทียบ

ค่าสถิติทดสอบคือ

\[ t= \frac{\bar X-\mu_0} {s/\sqrt{n}} \]

โดยที่

  • \(\bar X\) คือค่าเฉลี่ยของตัวอย่าง
  • \(\mu_0\) คือค่าที่ต้องการทดสอบ
  • \(s\) คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวอย่าง
  • \(n\) คือขนาดตัวอย่าง

และ

\[ df=n-1 \]

3.3.2 ตัวอย่าง One Sample T-Test

พิจารณาข้อมูล

\[ X= [18,\ 22,\ 25,\ 19,\ 21,\ 23,\ 16,\ 20,\ 24,\ 17] \]

ต้องการทดสอบว่าค่าเฉลี่ยแตกต่างจาก 20 หรือไม่

กำหนดสมมติฐาน

\[ H_0:\mu=20 \]

\[ H_1:\mu\neq20 \]

สร้างตารางข้อมูลสำหรับนำเข้าสู่ jamovi

X
18
22
25
19
21
23
16
20
24
17

นำข้อมูลเข้าสู่ jamovi

ตารางข้อมูลใน jamovi

ตารางข้อมูลใน jamovi

เลือกเมนู Analyses → T-Tests → One Sample T-Test และกำหนด Test Value เท่ากับ 20

เมนู One Sample T-Test

เมนู One Sample T-Test

ผลลัพธ์การคำนวณ

ตารางผลลัพธ์จากการคำนวณด้วย jamovi

ตารางผลลัพธ์จากการคำนวณด้วย jamovi

หากค่า \(p\geq0.05\) จะ ไม่ปฏิเสธ \(H_0\) ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลแตกต่างจาก 20

ไม่ควรสรุปว่า “ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20 อย่างแน่นอน” เพราะการไม่ปฏิเสธ \(H_0\) ไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่า \(H_0\) เป็นจริง

ตาราง Descriptives ใช้แสดงสถิติพรรณนาของตัวแปร \(X\) เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และขนาดตัวอย่าง

กราฟแสดงค่าเฉลี่ยของตัวอย่าง ช่วงความเชื่อมั่น และค่าที่ต้องการทดสอบ

กราฟแสดงค่าเฉลี่ยของตัวอย่าง ช่วงความเชื่อมั่น และค่าที่ต้องการทดสอบ

3.4 สรุปการเลือกใช้ t-test

คำถาม การทดสอบที่เหมาะสม
เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคนละ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระกัน Independent Samples T-Test
เปรียบเทียบก่อน–หลังของกลุ่มเดิม หรือข้อมูลที่จับคู่กัน Paired Samples T-Test
เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มเดียวกับค่าที่กำหนด One Sample T-Test
Noteสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

ก่อนสรุปผลจาก t-test ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง

  • รูปแบบการเก็บข้อมูลและความเป็นอิสระของข้อมูล
  • การแจกแจงของข้อมูลหรือค่าผลต่างตามชนิดของ t-test
  • ความเท่ากันของความแปรปรวนในกรณี Independent Samples T-Test
  • ค่า p-value
  • ช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval)
  • ขนาดอิทธิพล (Effect Size)

การรายงานเฉพาะว่า “มีนัยสำคัญ” หรือ “ไม่มีนัยสำคัญ” อาจไม่เพียงพอสำหรับการตีความผลอย่างครบถ้วน

3.5 Learning Check

  1. หากต้องการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักศึกษาคนเดิม ควรใช้ t-test ชนิดใด?
  2. หากต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาสองหลักสูตรที่เป็นคนละกลุ่ม ควรใช้ t-test ชนิดใด?
  3. หาก One Sample T-Test ให้ \(p=0.21\) เมื่อทดสอบกับค่า 50 ควรสรุปว่าอย่างไร?
  4. สำหรับ Paired Samples T-Test การตรวจสอบ normality ควรพิจารณาการแจกแจงของตัวแปรใด?