4 เมนู ANOVA
ผู้อ่านสามารถโหลดข้อมูลได้จาก Google Drive นี้
เมนู ANOVA ใน jamovi ใช้สำหรับการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างหลายกลุ่ม โดยอาศัยสถิติทดสอบที่มีการแจกแจงแบบ \(F\) เป็นหลัก
เมนูที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
- One-Way ANOVA
- ANOVA
- Repeated Measures ANOVA
- ANCOVA
- MANCOVA
ในบทนี้จะเน้นการใช้งาน One-Way ANOVA และ ANCOVA ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนศึกษาการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
4.1 One-Way ANOVA
One-Way ANOVA (One-Way Analysis of Variance) ใช้สำหรับเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรตามเชิงปริมาณระหว่างกลุ่มอิสระตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป โดยมีตัวแปรอิสระเชิงกลุ่มเพียง 1 ตัว
ตัวอย่างเช่น
- เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาจาก 3 หลักสูตร
- เปรียบเทียบยอดขายเฉลี่ยของร้านค้า 4 สาขา
- เปรียบเทียบผลผลิตเฉลี่ยจากวิธีการผลิต 3 วิธี
4.1.1 แบบจำลองของ One-Way ANOVA
สำหรับข้อมูลที่มี \(k\) กลุ่ม สามารถเขียนแบบจำลองได้เป็น
\[ Y_{ij}=\mu+\tau_i+\varepsilon_{ij} \]
โดยที่
- \(Y_{ij}\) คือค่าของตัวแปรตามจากหน่วยสังเกตที่ \(j\) ในกลุ่มที่ \(i\)
- \(\mu\) คือค่าเฉลี่ยรวมของประชากร (grand mean)
- \(\tau_i\) คือผลของกลุ่มที่ \(i\)
- \(\varepsilon_{ij}\) คือค่าคลาดเคลื่อน (error term)
One-Way ANOVA สามารถมองได้ว่าเป็นกรณีหนึ่งของแบบจำลองเชิงเส้นที่มีตัวแปรอิสระเป็นตัวแปรเชิงกลุ่ม (categorical predictor) โดยโปรแกรมจะเข้ารหัสกลุ่มให้อยู่ในรูปตัวแปรดัมมี (dummy variables) หรือ contrast coding ตามวิธีที่กำหนด
4.1.2 การกำหนดสมมติฐาน
หากมี \(k\) กลุ่ม สมมติฐานคือ
\[ H_0:\mu_1=\mu_2=\cdots=\mu_k \]
กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยของทุกกลุ่มเท่ากัน
ส่วนสมมติฐานทางเลือกคือ
\[ H_1:\text{มีค่าเฉลี่ยอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มแตกต่างจากกลุ่มอื่น} \]
หากกำหนดระดับนัยสำคัญ \(\alpha=0.05\)
- ถ้า \(p<0.05\) จะ ปฏิเสธ \(H_0\) และสรุปว่ามีหลักฐานทางสถิติว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มแตกต่างจากกลุ่มอื่น
- ถ้า \(p\geq0.05\) จะ ไม่ปฏิเสธ \(H_0\) กล่าวคือ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มแตกต่างกัน
ถ้าผล ANOVA มีนัยสำคัญทางสถิติ จำเป็นต้องพิจารณาการเปรียบเทียบรายคู่ (post hoc comparisons) เพื่อระบุว่ากลุ่มใดแตกต่างจากกลุ่มใด
4.1.3 แนวคิดของสถิติ \(F\)
ANOVA เปรียบเทียบความแปรปรวน ระหว่างกลุ่ม กับความแปรปรวน ภายในกลุ่ม
\[ F= \frac{\text{ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม}} {\text{ความแปรปรวนภายในกลุ่ม}} \]
ถ้าค่าเฉลี่ยของกลุ่มแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับความแปรปรวนภายในกลุ่ม ค่า \(F\) จะมีแนวโน้มสูงขึ้น
4.1.4 ข้อสมมติพื้นฐานของ One-Way ANOVA
โดยทั่วไปควรพิจารณาเงื่อนไขสำคัญดังนี้
- หน่วยสังเกตในแต่ละกลุ่มเป็นอิสระต่อกัน
- ตัวแปรตามเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ
- การแจกแจงของค่าคลาดเคลื่อนภายในแต่ละกลุ่มไม่เบี่ยงเบนจากการแจกแจงปกติมากเกินไป
- สำหรับ ANOVA แบบมาตรฐาน ควรพิจารณาความเท่ากันของความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม
หากสมมติฐานเรื่องความเท่ากันของความแปรปรวนไม่เหมาะสม อาจพิจารณาใช้ Welch’s ANOVA
4.2 ตัวอย่าง One-Way ANOVA
พิจารณาข้อมูลจำลองที่มีคะแนนจาก 3 กลุ่ม ได้แก่ Group A, Group B และ Group C
ข้อมูลอยู่ในรูปแบบ long format โดย
groupเป็นตัวแปรอิสระเชิงกลุ่มscoreเป็นตัวแปรตามเชิงปริมาณ
เมื่อนำข้อมูลเข้าสู่ jamovi และแสดงค่าสถิติเชิงพรรณนาจะได้
จากนั้นเลือกเมนู Analyses → ANOVA → One-Way ANOVA
ผลลัพธ์ที่ได้คือ
4.2.1 การตีความผล
ใน jamovi อาจแสดงผลได้ทั้ง Fisher’s ANOVA และ Welch’s ANOVA
- Fisher’s ANOVA เป็น ANOVA แบบมาตรฐาน ซึ่งเหมาะเมื่อสมมติฐานเรื่องความแปรปรวนระหว่างกลุ่มเท่ากันมีความสมเหตุสมผล
- Welch’s ANOVA ใช้เมื่อไม่ต้องการสมมติว่าความแปรปรวนของแต่ละกลุ่มเท่ากัน
หากผลการทดสอบให้ค่า \(p<0.001\) จะปฏิเสธ \(H_0\) และสรุปว่า
มีหลักฐานทางสถิติว่าค่าเฉลี่ยของอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มแตกต่างจากกลุ่มอื่น
ไม่ควรเขียนว่า “ค่าเฉลี่ยแต่ละกลุ่มแตกต่างกันทั้งหมด” เพราะ ANOVA โดยรวมยังไม่บอกว่าคู่ใดแตกต่างกัน
4.2.2 Post Hoc Test
เมื่อผล ANOVA มีนัยสำคัญ ควรทำการเปรียบเทียบรายคู่เพิ่มเติม
ตัวอย่างวิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่
- Tukey เมื่อใช้ ANOVA แบบมาตรฐานและสมมติฐานความแปรปรวนเท่ากันเหมาะสม
- Games-Howell เมื่อความแปรปรวนของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน หรือใช้แนวคิดเดียวกับ Welch’s ANOVA
การเลือก post hoc test ควรสอดคล้องกับสมมติฐานของการวิเคราะห์หลัก ไม่ควรเลือกวิธีโดยดูเฉพาะค่า p-value
4.2.3 Effect Size
นอกจากค่า \(p\)-value แล้ว ควรพิจารณา ขนาดอิทธิพล (effect size) เพื่อบอกว่าความแตกต่างระหว่างกลุ่มมีขนาดมากน้อยเพียงใด
ตัวอย่างค่าที่พบได้บ่อยใน ANOVA ได้แก่
\[ \eta^2 \quad \text{และ} \quad \omega^2 \]
ค่า effect size ช่วยให้การตีความผลมีความสมบูรณ์มากกว่าการพิจารณาเพียงว่าผล “มีนัยสำคัญ” หรือ “ไม่มีนัยสำคัญ”
4.3 ANCOVA
ANCOVA (Analysis of Covariance) เป็นการขยายแนวคิดจาก ANOVA โดยเพิ่มตัวแปรเชิงปริมาณที่เรียกว่า covariate เข้าไปในแบบจำลอง
วัตถุประสงค์คือเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มหลังจากควบคุมผลของ covariate แล้ว
ตัวอย่างเช่น
- เปรียบเทียบคะแนนหลังเรียนของ 3 วิธีการสอน โดยควบคุมคะแนนก่อนเรียน
- เปรียบเทียบความดันโลหิตระหว่างกลุ่มการรักษา โดยควบคุมอายุ
- เปรียบเทียบผลผลิตระหว่างวิธีการผลิต โดยควบคุมระดับวัตถุดิบตั้งต้น
4.3.1 แบบจำลองพื้นฐานของ ANCOVA
สามารถเขียนอย่างง่ายได้เป็น
\[ Y_{ij} = \mu+\tau_i+\beta(X_{ij}-\bar X)+\varepsilon_{ij} \]
โดยที่
- \(Y_{ij}\) คือค่าของตัวแปรตาม
- \(\tau_i\) คือผลของกลุ่ม
- \(X_{ij}\) คือค่า covariate
- \(\beta\) คือสัมประสิทธิ์ของ covariate
- \(\varepsilon_{ij}\) คือค่าคลาดเคลื่อน
4.3.2 แนวคิดของ ANCOVA
ANCOVA ไม่ได้เพียง “เพิ่มตัวแปรเข้าไป” แต่เป็นการประเมินผลของตัวแปรกลุ่ม หลังควบคุมความสัมพันธ์ระหว่าง covariate กับตัวแปรตาม
ดังนั้นค่าเฉลี่ยที่ใช้เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มจึงเป็นค่าเฉลี่ยที่ได้รับการปรับแล้ว (adjusted means หรือ estimated marginal means)
4.3.3 สมมติฐานของ ANCOVA
นอกจากสมมติฐานพื้นฐานของ ANOVA แล้ว ควรพิจารณาเพิ่มเติม เช่น
- covariate ควรมีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามอย่างสมเหตุสมผล
- ความสัมพันธ์ระหว่าง covariate กับตัวแปรตามควรมีลักษณะเชิงเส้น
- ความชันของความสัมพันธ์ระหว่าง covariate กับตัวแปรตามควรใกล้เคียงกันในแต่ละกลุ่ม
หรือเรียกว่า homogeneity of regression slopes
เงื่อนไขข้อที่ 3 สามารถตรวจสอบโดยพิจารณาปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกลุ่มกับ covariate
\[ \text{Group} \times \text{Covariate} \]
หาก interaction นี้มีนัยสำคัญ แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่าง covariate กับตัวแปรตามอาจแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม และการใช้ ANCOVA แบบมาตรฐานควรตีความด้วยความระมัดระวัง
4.4 ตัวอย่าง ANCOVA
สร้างข้อมูลคะแนนทดสอบจาก Group A, B และ C พร้อมตัวแปร covariate
ในตัวอย่างนี้
groupเป็นตัวแปรอิสระเชิงกลุ่มscoreเป็นตัวแปรตามcovariateเป็นตัวแปรร่วมเชิงปริมาณ
นำข้อมูลเข้าสู่ jamovi และเลือกเมนู Analyses → ANOVA → ANCOVA
ผลการทดสอบแสดงดังภาพ
4.4.1 การตีความผล ANCOVA
ในการอ่านผล ควรแยกพิจารณาอย่างน้อย 2 ส่วน
ผลของ Group
ใช้ตอบคำถามว่า หลังจากควบคุม covariate แล้ว ค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มยังแตกต่างกันหรือไม่ผลของ Covariate
ใช้ตอบคำถามว่า covariate มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามหรือไม่ เมื่อควบคุมผลของกลุ่มแล้ว
ถ้าผลของ group ให้ค่า \(p<0.001\) จะสรุปได้ว่า
หลังจากควบคุม covariate แล้ว ยังมีหลักฐานทางสถิติว่าค่าเฉลี่ยของอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มแตกต่างจากกลุ่มอื่น
หากต้องการทราบว่ากลุ่มใดแตกต่างกัน ควรพิจารณา estimated marginal means และการเปรียบเทียบรายคู่เพิ่มเติม
ไม่ควรตีความ ANCOVA ว่า “ตัดอิทธิพลของ covariate ออกทั้งหมด” แต่ควรตีความว่าเป็นการเปรียบเทียบกลุ่ม หลังจากปรับผลของ covariate ตามแบบจำลองที่กำหนด
4.5 เปรียบเทียบ One-Way ANOVA และ ANCOVA
| ประเด็น | One-Way ANOVA | ANCOVA |
|---|---|---|
| ตัวแปรอิสระหลัก | ตัวแปรเชิงกลุ่ม 1 ตัว | ตัวแปรเชิงกลุ่มอย่างน้อย 1 ตัว |
| Covariate | ไม่มี | มีอย่างน้อย 1 ตัว |
| จุดประสงค์ | เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่ม | เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มหลังควบคุม covariate |
| ค่าเฉลี่ยที่ตีความ | ค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่ม | Adjusted / Estimated Marginal Means |
4.6 สิ่งที่ควรรายงาน
สำหรับการรายงานผล ANOVA หรือ ANCOVA ควรพิจารณารายงาน
- สถิติเชิงพรรณนาของแต่ละกลุ่ม
- ค่า \(F\)
- องศาเสรี (\(df\))
- ค่า \(p\)-value
- Effect size
- Confidence interval เมื่อมี
- Post hoc comparisons หรือ estimated marginal means เมื่อเหมาะสม
การรายงานผลควรเน้นทั้ง นัยสำคัญทางสถิติ และ ขนาดของความแตกต่าง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า \(p\)-value
4.7 Learning Check
- หากต้องการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษา 4 หลักสูตร ควรใช้วิธีใด?
- ถ้า ANOVA ให้ \(p<0.05\) สามารถสรุปได้หรือไม่ว่าทุกกลุ่มแตกต่างกันทั้งหมด?
- หาก Levene’s test ชี้ว่าความแปรปรวนระหว่างกลุ่มไม่เท่ากัน ควรพิจารณาวิธีใดแทน ANOVA แบบมาตรฐาน?
- ANCOVA แตกต่างจาก ANOVA อย่างไร?
- ใน ANCOVA เหตุใดจึงควรตรวจสอบ homogeneity of regression slopes?
เมนู ANOVA, Repeated Measures ANOVA และ MANCOVA ยังไม่ได้ทำ





