บทที่ 1 เมืองที่ศิลปะไม่เคยหลับ
ถ้าพูดถึง “สุโขทัย” ภาพแรกที่ลอยขึ้นมาในใจของคนส่วนใหญ่ คงเป็นพระพุทธรูปปางลีลาอันอ่อนช้อย เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ยาม พระอาทิตย์ตก หรือแสงเทียนนับพันดวงในคืนลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ นั่นคือสุโขทัยในฐานะ “เมืองเก่า” อายุกว่า 700 ปี ที่เริ่มรุ่งเรืองมาตั้งแต่ราว พ.ศ. 1780
แต่สุโขทัยไม่ได้มีดีแค่โบราณสถาน ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่าที่นี่คือ “รุ่งอรุณแห่งความสุข” ยุคทองของการค้าขายที่ผู้คนไปมาหาสู่กันไม่ขาดสาย และการไปมาหาสู่กันนี้เองที่บ่มเพาะ “สกุลช่าง” หลากหลายแขนงขึ้นในแผ่นดินนี้ งานช่างสุโขทัยได้รับการยกย่องว่างดงามวิจิตรที่สุดสมัยหนึ่งของไทย ทั้งในด้านแนวคิด รูปแบบ และเนื้อหา
ปี พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO) จากคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ในฐานะผลงานชิ้นเอกที่เกิดจากการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์ และเป็นหลักฐานยืนยันอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ยูเนสโกยังประกาศให้สุโขทัยเป็น 1 ใน 66 เมืองจากทั่วโลกในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (Creative Cities Network) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเท่ากับบอกว่า สุโขทัยไม่ใช่แค่เมืองที่ “เคย” สร้างสรรค์ แต่เป็นเมืองที่ “ยังคง” สร้างสรรค์อยู่ทุกวันนี้
หลักฐานที่ชัดที่สุดว่าศิลปะของเมืองนี้ยังหายใจอยู่ คือปฏิทินงานประเพณีที่แน่นตลอดทั้งปี ตัวอย่างงานสำคัญที่จัดต่อเนื่องทุกปี ได้แก่
มกราคม — งานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีพิธีบวงสรวงและขบวนแห่สักการะ
กุมภาพันธ์ — งานสักการะพระแม่ย่าและงานกาชาด ริมแม่น้ำยม
เมษายน — ประเพณีสงกรานต์สักการะพระร่วงเจ้า และประเพณีแห่ช้างบวชนาคของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว ที่แห่นาคด้วยขบวนช้างตามคติพระเวสสันดรชาดก ประเพณีสงกรานต์สักการะพระร่วงเจ้า และประเพณีแห่ช้างบวชนาคของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว ที่แห่นาคด้วยขบวนช้างตามคติพระเวสสันดรชาดก
พฤษภาคม — ประเพณีบุญบั้งไฟบ้านหัวแรด อำเภอบ้านด่านลานหอย
ตุลาคม — ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะและการแข่งเรือพาย
พฤศจิกายน — ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ไฮไลต์ของปี มีทั้งประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน และการแสดงแสงสีเสียงที่คนทั้งโลกรู้จัก
ธันวาคม — เทศกาลวันพิชิตยอดเขาหลวง
ลองมองงานประเพณีเหล่านี้ให้ลึกลงไปอีกชั้น จะพบว่าเบื้องหลังความงามทุกอย่างมีร่องรอยของ “ฝีมือช่าง” ซ่อนอยู่เสมอ กระทงและพนมดอกไม้คืองานเครื่องสดและงานจักสาน ตะคันหรือฝาประทีปที่จุดไฟนับพันดวงคืองานเครื่องปั้นดินเผา เสียงดนตรีไทยในงานคือฝีมือช่างทำและซ่อมเครื่องดนตรี ชุดผ้าไทยย้อนยุคที่ผู้คนสวมใส่คืองานผ้าทอ กล่าวได้ว่างานประเพณีของสุโขทัยคือ “เวทีแสดงผลงานประจำปี” ของช่างศิลป์ท้องถิ่นนั่นเอง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าสุโขทัยมีศิลปะหรือไม่ แต่คือ ใครกันคือคนที่อยู่เบื้องหลังงานเหล่านี้ พวกเขาอยู่ที่ไหน มีชีวิตอย่างไร และเมื่อพวกเขาแก่ตัวลง จะมีใครสืบทอดฝีมือต่อหรือไม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางตามหาช่างศิลป์ทั่วทั้ง 9 อำเภอ ที่หนังสือเล่มนี้จะพาไป