บทที่ 11 บ้าน วัด โรงเรียน: สูตรสืบสานให้ยั่งยืน
คำถามสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ แล้วจะสืบสานทั้งหมดนี้อย่างไรให้ยั่งยืน ไม่ใช่แค่จัดงานครั้งเดียวแล้วจบ สองปีของการลงพื้นที่ตกผลึกคำตอบไว้เป็นแนวทางที่จับต้องได้ โดยเริ่มจากแนวคิดเก่าแก่ที่คนไทยรู้จักดี คือ “บวร” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ดังนี้
เสาที่ 1 บ้าน คือแหล่งกำเนิดวิชา ที่ซึ่งความรู้ถูกส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกหลานภายในครัวเรือน
เสาที่ 2 วัด คือพื้นที่รวมพลที่ช่างทุกแขนงยังมาสร้างสรรค์งานร่วมกันในงานบุญ และเป็นเวทีแสดงผลงานตามธรรมชาติ
เสาที่ 3 โรงเรียน คือประตูสู่คนรุ่นใหม่ ที่จะเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้สืบทอด
แนวคิดนี้ถูกทดลองจริงด้วยกิจกรรมสืบสานงานช่างใน 3 พื้นที่ ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 เรื่อง “เครื่องอังคาสพระและการจัดเตียบแบบสุโขทัย” ที่โรงเรียนท่าชัยวิทยา ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย
กิจกรรมที่ 2 เรื่อง “การตัดและตอกกระดาษ” ที่โรงเรียนวัดปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอสวรรคโลก
กิจกรรมที่ 3 เรื่อง “ภูมิปัญญาตะคันสุโขทัย” ที่ กศน. ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย
รวมเยาวชนและผู้สนใจที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ทั้งสิ้น 109 คน ตัวเลขอาจดูไม่มาก แต่ในจำนวนนั้นอาจมีช่างศิลป์คนสำคัญของอีกห้าสิบปีข้างหน้าซ่อนอยู่
ในภาพรวมทั้งจังหวัด งานช่างถูกจัดออกเป็น 3 ระดับ เพื่อจะได้ดูแลถูกวิธี ดังนี้
ระดับที่ 1 ผลกระทบระดับมาก ได้แก่ งานเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมี วิธีการ วัตถุดิบ และตลาดที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว กลุ่มนี้เดินหน้าทำการตลาดและยกระดับผลิตภัณฑ์ได้ทันที
ระดับที่ 2 ผลกระทบระดับกำลังพัฒนา ได้แก่ งานทำว่าวพระร่วง พระลือ ที่มีเรื่องเล่าทรงพลัง ควรเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และรวบรวมเป็นสื่อการเรียนการสอน
ระดับที่ 3 ผลกระทบระดับพื้นฐาน ได้แก่ งานช่างที่เป็นองค์ประกอบในงานประเพณี เช่น งานเครื่องสด งานใบตองใบลาน และงานตัดฉลุกระดาษ ซึ่งทำได้ง่าย อุปกรณ์หาง่าย เหมาะเป็นประตูบานแรกให้เยาวชนก้าวเข้าสู่โลกงานช่าง
สำหรับชุมชนใดที่อยากลงมือเอง มีแนวทางการสืบสานงานช่างศิลป์สู่การศึกษาโดยชุมชน 6 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 รวบรวมฐานข้อมูลช่างศิลป์ท้องถิ่นที่มีอยู่ในชุมชน
ขั้นที่ 2 จัดทำแผนที่และบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
ขั้นที่ 3 ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันว่างานช่างแขนงใดเสี่ยงมากน้อยเพียงใด
ขั้นที่ 4 ถอดองค์ความรู้จากตัวช่างออกมาเป็นระบบ
ขั้นที่ 5 สร้างเครือข่ายเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์
ขั้นที่ 6 สร้างระบบสู่การจัดการที่มีมาตรฐานทั้ง 6 ขั้นตอนวางอยู่บนหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ตีความอย่างงดงามว่า ศีลทำให้งานช่างเป็นอาชีพสุจริต สมาธิคือการคิดวิเคราะห์จนเกิดองค์ความรู้ และปัญญาคือการต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่คนหมู่มาก
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากสองปีนี้มีให้เห็นแล้ว สรุปได้ 6 อย่าง ดังนี้
อย่างที่ 1 หลักสูตรอาชีพจากงานช่าง 2 หลักสูตร คือ เครื่องปั้นดินเผาแบบไม่เคลือบ และการทำว่าวพระร่วงพระลือ
อย่างที่ 2 แนวทางประกอบอาชีพรวม 5 อาชีพ เพิ่มเติมจากสองหลักสูตรข้างต้น ได้แก่ งานเครื่องอังคาสพระและการจัดเตียบ งานตัดและตอกกระดาษ และงานภูมิปัญญาตะคันสุโขทัย
อย่างที่ 3 ฐานข้อมูลช่างศิลป์ 10 สาขาในระบบอิเล็กทรอนิกส์
อย่างที่ 4 แผนที่ทางวัฒนธรรม 2 ฐานข้อมูล ครอบคลุมครบทั้ง 9 อำเภอ
อย่างที่ 5 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ 6 ชิ้น ตั้งแต่ชุดเตาเผาเครื่องหอม อิฐตกแต่งบ้านจากเครื่องปั้นดินเผา พระพิฆเนศถือข้าวตอกพระร่วง โคมแขวนว่าว กระเป๋าถือลายว่าว ไปจนถึงกระเป๋าผ้าพับได้จากเศษผ้าทอ
อย่างที่ 6 เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในท้องถิ่นกับช่างศิลป์ ที่ยังเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อไป แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่การเดินทางครั้งนี้มอบให้สุโขทัยคือ “การมองเห็น” ช่าง 125 คนที่เคยทำงานเงียบ ๆ ในหมู่บ้าน วันนี้มีชื่อ มีที่อยู่ มีเรื่องราวอยู่ในฐานข้อมูลและบนแผนที่ พร้อมให้ใครก็ตามที่สนใจตามไปพบ ไปเรียน ไปอุดหนุน เพราะมรดกภูมิปัญญาไม่ได้ต้องการแค่พิพิธภัณฑ์ แต่ต้องการการสืบทอดคุณค่า และต่อยอดในเชิงพาณิชย์