บทที่ 9 ว่าวพระร่วง พระลือ: ตำนานที่พาชุมชนพ้นหนี้
เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยปัญหาที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับศิลปะเลย นั่นคือ “หนี้” ชาวบ้านคุกพัฒนา ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย ส่วนใหญ่ทำเกษตร เมื่อเจอภัยแล้งซ้ำด้วยผลผลิตขาดทุน หนี้สินก็พอกพูนทั้งชุมชน ผู้นำชุมชนนั่งคิดหาทางออก และคำตอบที่ได้ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่คือสิ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าเหนือหมู่บ้านมาแต่โบราณ นั่นคือ “ว่าว”
สุโขทัยมีตำนานพื้นบ้านเรื่องพระร่วงที่เล่าขานกันทั่วทั้งจังหวัด ทั้งเรื่องพระร่วงผู้หลงรักนางคำและเรื่องพระร่วงกับพระลือ สองพี่น้องผู้โปรดปรานการเล่นว่าว ตำนานนี้ยังเชื่อมโยงกับหลักฐานจริงอย่าง “ถนนพระร่วง” เส้นทางคมนาคมโบราณที่ค้นพบร่องรอยจนทุกวันนี้ และดังที่แผนที่ทางวัฒนธรรมในบทที่ 6 แสดงให้เห็น งานทำว่าวคืองานช่างที่กระจายตัวมากที่สุดในสุโขทัย พบช่างทำว่าวแทบทุกอำเภอ ตำนานพระร่วงกับสายป่านว่าวจึงผูกคนสุโขทัยไว้ด้วยกันมานานหลายชั่วอายุคนบ้านคุกพัฒนาจึงตัดสินใจรื้อฟื้นประเพณีเล่นว่าวพระร่วงขึ้นมาใหม่ จัดงานเทศกาลและการประกวดว่าวพระร่วง พระลือ เป็นประจำทุกปี ทั้งประเภทสวยงาม ประเภทเสียงดัง และการประกวดประดิษฐ์ว่าว ผลลัพธ์เกินฝัน นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าชุมชน เศรษฐกิจหมุนเวียน รายได้รวมของชุมชนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35 ชุมชนจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนบริหารเงินอย่างเป็นระบบ จนสามารถแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้สำเร็จ ช่างทำว่าวท้องถิ่นกลับมามีรายได้ และองค์ความรู้การทำว่าวเฉพาะถิ่นถูกรวบรวมไว้ในศูนย์เรียนรู้ชุมชน
แล้วว่าวพระร่วงทำยากแค่ไหน องค์ความรู้ที่ถอดออกมาเป็นหลักสูตรได้ 8 วิชา จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด
วิชาที่ 1 การคัดเลือกวัสดุและเตรียมอุปกรณ์ ทั้งการเลือกไม้ไผ่ ทดสอบคุณภาพ และเตรียมใบลาน กระดาษ เชือก
วิชาที่ 2 การผ่าและเหลาไม้ไผ่ตามขนาดเฉพาะของว่าวแต่ละชนิด จากนั้นนำไปตากเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งใช้เวลานานถึง 1–2 ปี
วิชาที่ 3 การขึ้นโครงว่าวและมัดด้าย ให้ครบส่วนประกอบทั้งอืดว่าว ปีก โครงกลาง และขากบ
วิชาที่ 4 การตัดและต้มใบลาน เพื่อลดความชื้นให้เหนียวก่อนนำไปทำใบอืด
วิชาที่ 5 การถักลายของตัวว่าว เพื่อยึดกับโครงให้แข็งแรง
วิชาที่ 6 การลองเสียงอืดว่าว ช่างจะจับว่าวหมุนรอบตัวเพื่อฟังเสียง แล้วค่อย ๆ เล็มใบลานให้บางลงทีละนิดจนได้เสียงที่ถูกใจ
วิชาที่ 7 การตัดลายกระดาษแปะลงตัวว่าว ตามจินตนาการของผู้ทำ
วิชาที่ 8 ฝึกปฏิบัติการทำว่าวพระร่วง เพื่อเป็นผลงานสรุปการเรียนรู้
ลวดลายดั้งเดิมของว่าวพระร่วงคือ “ลายปลา” ปลาตะเพียน ปลาไทย แบบเดียวกับที่ช่างโบราณเขียนลงบนถ้วยชามสังคโลก เท่ากับว่าว่าวกับสังคโลก สองสัญลักษณ์ของสุโขทัย แท้จริงแล้วพูดภาษาลายเดียวกันมาแต่โบราณ ใครได้เห็นว่าวลายปลาลอยอยู่บนฟ้า ก็เหมือนได้เห็นชามสังคโลกใบหนึ่งกำลังบิน
ครูช่างที่ร่วมเป็นผู้สอนในหลักสูตรนี้มาจากทั่วจังหวัด ทั้งครูพรวน แผลงฤทธิ์ วัย 68 ปี และครูสมศักดิ์ บัวแก้ว แห่งศรีสัชนาลัย ครูสมาน หอมกระฐิน ช่างว่าวดุ๊ยดุ่ย ครูสนอง คันศร และครูเฟ้อ จันทราช ช่างทำไม้คานว่าวแห่งสวรรคโลก ไปจนถึงครูธีรพล เถื่อนแพ วัย 34 ปี แห่งตำบลปากแคว คนรุ่นใหม่ที่พิสูจน์ว่าสายป่านเส้นนี้ยังไม่ขาด
ว่าวพระร่วง พระลือ ถูกจัดให้เป็นงานช่างศิลป์ระดับกำลังพัฒนา คือยังไม่ใช่เครื่องจักรเศรษฐกิจเต็มตัวแบบเครื่องปั้นดินเผา แต่มีต้นทุนล้ำค่าที่สุดคือเรื่องเล่า และมีศักยภาพต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อีกมาก ดังที่เริ่มมีการออกแบบทั้งโคมแขวนว่าวหลากสีและกระเป๋าถือลายว่าวออกมาแล้ว บทเรียนจากบ้านคุกพัฒนาชัดเจน วัฒนธรรมไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยของชุมชนยากจน ตรงกันข้าม บางครั้งมันคือทรัพย์สินก้อนสุดท้ายที่พลิกชีวิตทั้งชุมชนได้จริง