บทที่ 7 สังคโลก: เจ็ดร้อยปีบนเนื้อดิน
ถ้าต้องเลือกงานช่างเพียงหนึ่งอย่างเป็นตัวแทนของสุโขทัย คำตอบของคนส่วนใหญ่คงตรงกัน นั่นคือ “สังคโลก” เครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีที่ผลิตขึ้นในเขตสุโขทัยมาแล้วกว่า 700 ปี มีทั้งแบบเคลือบผิวด้วยน้ำยาและแบบไม่เคลือบ เผาด้วยเตาโบราณที่เรียกว่า “เตาทุเรียง” ซึ่งพบซากกระจายอยู่มากที่สุดแถบศรีสัชนาลัย ร่องรอยของอุตสาหกรรมส่งออกที่เคยรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคในยุคกรุงเก่า
หัวใจของสังคโลกมีอยู่ 2 อย่าง ดังนี้
อย่างที่ 1 คือ “ดิน” ดินแต่ละแหล่งให้ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งสี เนื้อ และความแกร่ง ช่างสังคโลกจึงต้องเป็นนักอ่านดินตัวยง
อย่างที่ 2 คือ “ลาย” ลวดลายบนเครื่องสังคโลกไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่แฝงคุณค่า ความหมายเชิงปรัชญา และบันทึกเรื่องราวบ้านเมืองในยุคนั้นไว้ด้วย ลายที่โด่งดังที่สุดคือลายปลา ทั้งปลาตะเพียน ปลาสาย ปลาเนื้ออ่อน และปลาชะโอน ที่ว่ายวนอยู่กลางถ้วยชามมาเจ็ดศตวรรษ
วันนี้สังคโลกยังมีลมหายใจอยู่ในมือช่างหลายครอบครัว ที่บ้านเกาะน้อย ศรีสัชนาลัย ครูเกศ พูลดี แห่ง “เกศอนงค์ เครื่องปั้นดินเผาสังคโลก” ปั้นเครื่องสังคโลกเลียนแบบโบราณมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ด้วยเทคนิคที่ซื่อตรงต่อของเก่าที่สุด คือออกหาดินเหนียวมาหมักและปั้นเองทุกขั้นตอน เพราะบ้านเกาะน้อยคือแหล่งเตาเผาโบราณที่หนาแน่นที่สุด ครูเกศจึงถือเป็นหน้าที่ที่จะทำสังคโลกแบบที่บรรพบุรุษเคยทำ น่าใจหายที่วันนี้ครูยังไม่มีผู้สืบทอด มีเพียงความตั้งใจแน่วแน่ว่าพร้อมถ่ายทอดวิชาให้ทุกคนที่สนใจ
อีกด้านหนึ่งที่ศรีสำโรง ครอบครัวบุญคงแห่ง “โมทนาเซรามิค” เลือกเส้นทางต่างออกไป พวกเขาเริ่มจากความชอบ ศึกษาจนทำเครื่องปั้นดินเผาได้ครบทุกกระบวนการ และก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จุดแข็งคือการใช้ดินจากเกาะตาเลี้ยงที่เนื้อดินไม่เหมือนใคร ผสมหินฟันม้าทำเนื้อดินและน้ำเคลือบ เผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,200–1,300 องศา และพัฒนารูปแบบให้ร่วมสมัยตามตลาดโดยไม่ทิ้งรากเหง้า จนผลงานได้ไปจัดแสดงถึงเกาหลีและญี่ปุ่น ที่สำคัญคือมีผู้สืบทอดชัดเจนเพราะเป็นธุรกิจครอบครัว แถมยังเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นหนึ่งวันให้คนทั่วไปได้ลองมือ
สองครอบครัวนี้คือภาพสะท้อนของทางแยกที่งานช่างทุกแขนงต้องเจอ ระหว่างการรักษา “ความแท้” แบบครูเกศ กับการ “ต่อยอด” แบบโมทนาเซรามิค ซึ่งความจริงแล้วไม่มีทางไหนถูกทางไหนผิด เมืองที่โชคดีคือเมืองที่มีทั้งสองทางเดินคู่กันไป
ด้วยความพร้อมของครูช่าง แหล่งเรียนรู้ รางวัล และการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง องค์ความรู้เรื่องสังคโลกจึงถูกถอดออกมาเป็นหลักสูตร “การปั้นเครื่องปั้นดินเผา (เครื่องสังคโลก แบบสุโขทัย)” ประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ดังนี้
หน่วยที่ 1 ช่องทางการประกอบอาชีพเครื่องปั้นดินเผา
หน่วยที่ 2 ทักษะการประกอบอาชีพเครื่องปั้นดินเผา
หน่วยที่ 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพเครื่องปั้นดินเผา
หน่วยที่ 4 การเขียนและวางแผนโครงการประกอบอาชีพ
เครื่องปั้นดินเผาหลักสูตรนี้ถูกนำไปทดลองเปิดสอนจริงกับชาวสุโขทัย โดยใช้ร้านสุเทพสังคโลกเป็นห้องเรียน เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ปั้นเป็น แต่ให้ “เลี้ยงชีพได้” ด้วยวิชาสังคโลก เพราะตราบใดที่งานช่างยังเป็นอาชีพได้ ตราบนั้นภูมิปัญญานี้จะไม่มีวันตาย