บทที่ 5 หกอำเภอที่รอการค้นพบ

ปี พ.ศ. 2566 การเดินทางระลอกสองเริ่มขึ้น มุ่งหน้าสู่ 6 อำเภอที่แผนที่ท่องเที่ยวมักมองข้าม ครั้งนี้พบช่างศิลป์ 24 คน ใน 7 สาขา จำนวนอาจน้อยกว่ารอบแรก แต่ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่ทำให้ต้องจดบันทึกอย่างละเอียด อำเภอที่ 1 ทุ่งเสลี่ยม อำเภอเหนือสุดที่วัฒนธรรมล้านนาไหลข้ามมาจากลำปาง พบช่าง 3 คน ใน 2 สาขา คือ งานเครื่องจักสาน และงานผ้าและสิ่งถักทอ ที่นี่มีครูกรรณิการ์ สุนันต๊ะเครือ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านแม่ทุเลา ผู้เรียนทอผ้าจากแม่ตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนบ้านแถบนี้ปลูกฝ้ายและทอผ้าใช้เองกันทุกหลังคาเรือน วันนี้ฝ้ายพื้นบ้านสูญพันธุ์ไปจากชุมชนแล้ว แต่ครูกรรณิการ์รวมกลุ่มแม่บ้าน 12 คนตั้งแต่ปี 2559 ฟื้นการทอผ้าลายแซง ถุงเป๋อ และผ้าห่มสะขะโต๋อันเป็นเอกลักษณ์ที่รับมาจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง พร้อมออกแบบลายใหม่อย่างลายดอกเสลี่ยมที่บอกเล่าตัวตนของอำเภอ อำเภอเดียวกันนี้ยังมีครูกันยา ธรรมเสน ช่างสานแห และครูธิราภรณ์ อิสระธนาชัยกุล ช่างสานใบลานใบตาล

ครูกรรณิการ์ สุนันต๊ะเครือ ช่างทอผ้าลายแซงและผ้าห่มสะขะโต๋ อำเภอทุ่งเสลี่ยม

ครูกรรณิการ์ สุนันต๊ะเครือ ช่างทอผ้าลายแซงและผ้าห่มสะขะโต๋ อำเภอทุ่งเสลี่ยม

อำเภอที่ 2 ศรีนคร พบช่าง 3 คน ใน 3 สาขา คือ งานพุทธศิลป์ งานปูนปั้นและงานไม้ และงานศาสตราวุธ ได้แก่ ครูพลอย ฉันทะมิตร ช่างทำต้นมโหตร พวงมาลา และเต่ารั้งประดับงานบุญ ครูกิติกา ปรีชาธนาสกุล ช่างทำกรอบรูปไม้และกรอบกล่องพระ และที่ไม่ธรรมดาคือครูสมพร แดงโม้ ช่างตีมีดหญิงผู้ตีเหล็กทำมีดและเครื่องมือเกษตรให้ชาวบ้านทั้งละแวก

ครูสมพร แดงโม้ ช่างตีมีดและเครื่องมือการเกษตร อำเภอศรีนคร

ครูสมพร แดงโม้ ช่างตีมีดและเครื่องมือการเกษตร อำเภอศรีนคร

อำเภอที่ 3 ศรีสำโรง พบช่าง 4 คน ใน 4 สาขา คือ งานพุทธศิลป์ งานปูนปั้นและงานไม้ งานผ้าและสิ่งถักทอ และงานเครื่องปั้นดินเผา ได้แก่ ครูโปรด หอมชื่น ช่างฉลุลายกระดาษงานบุญ ครูสำเริง บุญสว่าง ช่างทำกรงนกเขาชวา ครูกรองแก้ว แถมคำ ช่างทอมัดหมี่ และครอบครัวบุญคงแห่ง “โมทนาเซรามิค” ที่ทำเครื่องสังคโลกครบวงจรจนได้ไปแสดงงานถึงเกาหลีและญี่ปุ่น เกร็ดที่น่ารักคือ ครูโปรดกับครูสำเริงยังมีวิชาแฝงเหมือนกัน นั่นคือการทำว่าวพระร่วงและว่าวจุฬา ยืนยันอีกครั้งว่าว่าวคือสายเลือดของคนสุโขทัย

ครูโปรด หอมชื่น ช่างฉลุลายกระดาษสำหรับงานบุญ อำเภอศรีสำโรง

ครูโปรด หอมชื่น ช่างฉลุลายกระดาษสำหรับงานบุญ อำเภอศรีสำโรง

อำเภอที่ 4 บ้านด่านลานหอย พบช่าง 2 คน ใน 1 สาขา คือ งานผ้าและสิ่งถักทอ ได้แก่ ครูปราณี คณขาม ช่างมัดหมี่ และครูสมศรี ชัยมูลวงศ์ ช่างทอถุงย่าม ผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ ทั้งคู่เป็นตัวแทนของช่างทอที่นำความรู้จากถิ่นอีสานมาหยั่งรากในแผ่นดินสุโขทัย

อำเภอที่ 5 กงไกรลาศ ดินแดนลุ่มน้ำยม พบช่าง 5 คน ใน 4 สาขา คือ งานเครื่องจักสาน งานผ้าและสิ่งถักทอ งานโลหศิลป์ และงานปูนปั้นและงานไม้ ได้แก่ ครูเจริญ คล้ายคลึง สานกระด้ง ตะกร้า กระบุง ครูเสวียน แก้วบังเกิด ทอมัดหมี่ ครูรุ่งโรจน์ กลิ่นถือศีล ทอผ้าสไบลายผักแว่นและเสื้อฮีลายดอกมะลิ ครูนิพนธ์ แจ่มทุ่ง ทำหัวไม้ตะพดแบบโบราณ และครูอิ่ม ลือเฟื่อง ช่างชราผู้ทำ “กังหันเล่นลม” ของเล่นไม้ที่หมุนตามสายลม ราวกับหลุดมาจากวัยเด็กของใครหลายคน

กังหันเล่นลม ผลงานของครูอิ่ม ลือเฟื่อง อำเภอกงไกรลาศ

กังหันเล่นลม ผลงานของครูอิ่ม ลือเฟื่อง อำเภอกงไกรลาศ

อำเภอที่ 6 คีรีมาศ แชมป์ของรอบนี้ด้วยช่าง 7 คน ใน 6 สาขา คือ งานเครื่องจักสาน งานเครื่องปั้นดินเผา งานผ้าและสิ่งถักทอ งานปูนปั้นและงานไม้ งานศาสตราวุธ และงานอื่น ๆ ได้แก่ ครูสายฝน ช่างเขียน สานฝาชีเตียบและตะกร้าโตก ครูณัฐพล พูลดี สานตาลปัตร ครูเพียงพรรณ เอื้อจำนงค์ ทอผ้าไหมผ้าขาวม้า ครูประเทือง ชำนาญ ทำเกวียนโบราณ ครูประเจิด โพธิ์รี ทำฝักมีด ครูอนัน เอี่ยมทุ่ง ทำน้ำตาลโตนด และครูนภาพร อ้นทอง ช่างปั้น “หม้อกรันพระร่วง” แห่งบ้านทุ่งหลวง หมู่บ้านปั้นดินที่จะมีบทของตัวเองในบทที่ 8

จากการเดินทางทั้ง 6 อำเภอ มีข้อสังเกตสำคัญตกผลึกขึ้นมาว่า ช่างศิลป์สุโขทัยแบ่งได้เป็น 2 สาย ดังนี้

สายที่ 1 ช่างศิลป์แบบดั้งเดิม คือผู้ที่เกิดและโตในสุโขทัย สั่งสมวิชาจากบรรพบุรุษมายาวนาน มักใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ช่างปั้นดินเผาที่ตั้งชุมชนใกล้แหล่งน้ำ ใช้ดินเหนียวดินโคลนที่มีสีสันและความแกร่งเฉพาะถิ่น

สายที่ 2 ช่างศิลป์แบบประยุกต์ คือผู้ย้ายถิ่นมาพร้อมวิชา เช่น ช่างทอผ้าจากอีสานที่ยังนำเข้าวัตถุดิบจากบ้านเกิด แต่ปรับลายผ้าให้เข้ากับเรื่องราวและสภาพแวดล้อมของสุโขทัย จนงานของพวกเขากลายเป็นงานพื้นถิ่นใหม่ของชุมชนไปแล้ว

ทั้งสองสายไม่ได้แข่งกัน แต่เติมเต็มกัน สายที่ 1 คือรากที่ต้องรีบอนุรักษ์เพราะไม่มีที่ไหนในโลกเหมือน ส่วนสายที่ 2 คือกิ่งก้านใหม่ที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ยังแตกใบต่อไป