บทที่ 4 สามอำเภอเมืองเก่า: ขุมทรัพย์ 101 ช่าง
การเดินทางระลอกแรกในปี พ.ศ. 2565 เจาะลึก 3 อำเภอที่เป็นแกนประวัติศาสตร์ของจังหวัด ผลที่ได้เกินความคาดหมาย เพราะพบช่างศิลป์มากถึง 101 คน กระจายอยู่ครบทั้ง 9 สาขา
อำเภอแรก ศรีสัชนาลัย คืออาณาจักรของงานช่างตัวจริง พบช่างมากที่สุด 48 คน และพบงานถึง 8 สาขาในอำเภอเดียว ได้แก่
งานพุทธศิลป์ ศาสนศิลป์ และจิตรกรรม
งานเครื่องดนตรี
งานโลหศิลป์
งานเครื่องจักสาน
งานเครื่องปั้นดินเผา
งานผ้าและสิ่งถักทอ
งานศาสตราวุธ
งานเครื่องสด
ที่โดดเด่นที่สุดคืองานผ้าและสิ่งถักทอ ซึ่งแพร่หลายตั้งแต่ตำบลบ้านตึกไปจนถึงหาดเสี้ยว ถิ่นชาวไทยพวนที่ทอผ้าตีนจกเลื่องชื่อ รองลงมาคืองานโลหศิลป์ เครื่องเงินเครื่องทองลายโบราณ ที่ช่างยังคงรักษาลวดลายและกรรมวิธีจากบรรพบุรุษไว้อย่างเหนียวแน่น เดินเข้าไปในชุมชน จะเห็นทั้งกี่ทอผ้าใต้ถุนบ้านและร้านทองโบราณเรียงรายราวกับเวลาเดินช้ากว่าที่อื่น
อำเภอที่สอง สวรรคโลก พบช่าง 26 คน และพบงาน 4 สาขา ได้แก่ 1. งานเครื่องดนตรี 2. งานเครื่องจักสาน 3. งานศาสตราวุธ และ 4. งานเครื่องสด
จุดเด่นอยู่ที่งานจักสาน ในอดีตที่นี่เป็นแหล่งสานกระบุงและทำไม้คานที่ใช้คู่กัน เป็นเครื่องมือหาบของประจำบ้านของคนทั้งภูมิภาค ช่างกระจายอยู่ตามตำบลสวรรคโลก คลองยาง นาทุ่ง วังพิณพาทย์ และบางขลัง ปัจจุบันมีการต่อยอดเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่าง “ไร่ฟุ้งเฟื่องเมืองบางขลัง” ที่กำลังสร้างชื่อ นอกจากนี้บ้านบางขลังยังพบร่องรอยการทำว่าวโบราณ ซึ่งจะกลายเป็นเบาะแสสำคัญของเรื่องราวในบทที่ 9
อำเภอที่สาม เมืองสุโขทัย เมืองหลวงเก่า พบช่าง 26 คน และพบงาน 7 สาขา ได้แก่ 1. งานพุทธศิลป์ ศาสนศิลป์ และจิตรกรรม 2. งานเครื่องดนตรี 3. งานโลหศิลป์ 4. งานเครื่องจักสาน 5. งานเครื่องปั้นดินเผา 6. งานปูนปั้นและงานไม้ และ7. งานเครื่องสด
ช่างหนาแน่นเป็นพิเศษแถบตำบลเมืองเก่ารอบอุทยานประวัติศาสตร์ ที่ครองความโดดเด่นคืองานเครื่องปั้นดินเผาและงานไม้แกะสลักซึ่งมีชื่อเสียงที่สุด รองลงมาคืองานเครื่องสด โดยเฉพาะกระทงใบลานและปลาตะเพียนใบลาน ที่น่าสนใจคือช่างที่นี่ปรับตัวเข้ากับการท่องเที่ยวได้ดี หลายแห่งเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและทดลองลงมือทำเครื่องสังคโลกด้วยตัวเอง โดยมีช่างตัวจริงยืนสอนข้าง ๆ
ข้อข้อสังเกตที่ลึกกว่าจำนวนช่าง คือสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า “วัฏจักรการสืบทอด” ซึ่งหมุนเป็นวงจร 4 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 ช่างรวมกลุ่มกันได้ ทำให้ชุมชนช่างเข้มแข็งขึ้น
ขั้นที่ 2 กลุ่มที่เข้มแข็งผลิตผลงานที่มีคุณค่าและคุณภาพสูงขึ้น
ขั้นที่ 3 ผลงานที่ดีมีโอกาสส่งประกวดและได้รางวัล ซึ่งยิ่งตอกย้ำคุณค่าของงาน
ขั้นที่ 4 เมื่องานมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับ คนรุ่นใหม่จึงมองเห็นและอยาก เข้ามาสืบทอด แล้ววนกลับไปขั้นที่ 1 อีกครั้ง
ในทางกลับกัน ช่างที่ทำงานเดี่ยว ๆ ไร้กลุ่ม ไร้เวที มักเป็นกลุ่มแรกที่วิชาขาดตอนจากข้อมูลทั้งหมด งานช่างหนึ่งสาขาถูกเลือกมาพัฒนาเป็น “หลักสูตร” นำร่อง เพื่อพิสูจน์ว่าความรู้ของช่างสามารถถ่ายทอดสู่คนทั่วไปได้จริง เกณฑ์การเลือกดูจาก 4 เรื่อง คือ ความพร้อมของครูช่างในการถ่ายทอด ความพร้อมของพื้นที่เรียนรู้ รางวัลที่การันตีฝีมือ และการรวมกลุ่มที่ชัดเจน ผู้ชนะคืองานเครื่องปั้นดินเผา ในชื่อหลักสูตร